สารจากประธานคณะกรรมการและประธานเจ้าหน้าที่บริหาร
บริษัทฯ มีความมุ่งมั่นตั้งใจเป็นสื่อกลาง ในการเผยแพร่ความรู้ สร้างความเข้าใจ และทัศนคติที่ดีเกี่ยวกับการดูแลสุขภาพ โดยใช้ถุงยางอนามัย ซึ่งเป็นการแสดงออกถึงการมีเพศสัมพันธ์อย่างรับผิดชอบ เพื่อป้องกันโรคติดต่อ ทางเพศสัมพันธ์ และการตั้งครรภ์ไม่พึงประสงค์ อันนำมาซึ่งปัญหาอื่นๆ อีกมากมาย “ถุงยางอนามัย จึงเป็นทางออกหนึ่ง ตราบใดที่มนุษย์ยังคงมีเพศสัมพันธ์”


ข้อมูลจากกรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข เปิดเผยว่าสถานการณ์ของโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ในปัจจุบันมีแนวโน้มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง โรคที่มีอัตราป่วยสูงสุดและมีแนวโน้มสูงขึ้น คือ โรคชิฟิลิส รองลงมาคือ โรคหนองใน โรคหนองเทียม โรคแผลริมอ่อน และโรคกามโรคของต่อมและท่อน้ำเหลือง คิดเป็นร้อยละ 16.40 , 11.90 , 3.10 , 1.80 และ 0.40 ต่อประชากรแสนคน ตามลำดับ ในช่วง 5 ปีที่ผ่านมาสถานการณ์ของโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ ยังคงมีแนวโน้ม เพิ่มสูงขึ้น โดยเฉพาะโรคซิฟิลิส ที่พบอัตราป่วยในปี 2566 (ข้อมูล ณ วันที่ 18 ก.ค. 2567) เพิ่มกว่า 2 เท่าจากปี 2561 (จากอัตราป่วย 11 เพิ่มเป็น 28.1 ต่อประชากรแสนคน) เพิ่มขึ้น 3เท่าในกลุ่มเยาวชน (จากอัตราป่วย 27.9 เพิ่มเป็น 91.2 ต่อประชากรแสนคน) และสถานการณ์การติดเชื้อซิฟิลิสในหญิงตั้งครรภ์ 2566 เพิ่มขึ้น 5 เท่าจากปี 2561 (จากร้อยละ 0.26 เพิ่มเป็น 1.30) ซึ่งอัตราป่วยที่เพิ่มสูงขึ้นนี้ เป็นสัญญาณบ่งบอกถึงการมีพฤติกรรมทางเพศที่ไม่ปลอดภัย และมีโอกาสเสี่ยงต่อการติดเชื้อเอชไอวี 5-9 เท่า
ประเทศไทยได้ขับเคลื่อนยุทธศาสตร์แห่งชาติว่าด้วยการยุติปัญหาเอดส์ ปี พ.ศ 2560-2573 มีเป้าหมายหลัก 3 ประการคือ ไม่ติด ไม่ตาย ไม่ดีตรา โดยมีเป้าหมายลดจำนวนผู้ติดเชื้อเอชไอวีรายใหม่ไม่ให้เกิน 1,000 คนต่อปี ลดการเสียชีวิตจากเอดส์ไม่เกิน 4,000 รายต่อปี และลดการตีตราและการเลือกปฏิบัติอันเกี่ยวเนื่องจากเอชไอวี และเพศภาวะลง เหลือไม่เกินร้อยละ 10 สถานการณ์เอชไอวีของประเทศไทยในปี 2565 คาดว่ามีผู้ติดเชื้อเอชไอวี จำนวน 561,578 คน (ข้อมูลจาก ThailandSpectrum-AEM,27 เม.ย. พ.ศ.2566) มีผู้ติดเชื้อเอชไอวี/เอดส์รับยาต้านไวรัสในระบบNAP จำนวน 457,133 คน มีผู้ติดเชื้อเอชไฮวีที่รู้สถานะการติดเชื้อของตนเองจำนวนวน 507,009 คน คิดเป็นร้อยละ 90 กรมควบคมโรค จึงพัฒนาร่างยุทธศาสตร์ด้านถุงยางอนามัย พ.ศ. 2563-2573 ภายใต้ยุทธศาสตร์แห่งชาติว่าด้วยการยุติปัญหาเอดส์ พ.ศ. 2560-2573 และจากข้อมูลของสำนักอนามัย การเจริญพันธุ์ อนามัย กระทรวงสาธารณสุข พบว่าประเทศไทย มีการกำหนดนโยบายและยุทธศาสตร์การพัฒนาอนามัยการเจริญพันธุ์แห่งชาติ ฉบับที่ 2 พ.ศ. 2560-2569 และยุทธศาสตร์การป้องกันและแก้ไขปัญหาการตั้งครรภ์โนวัยรุ่นระดับชาติพ.ศ. 2560 - 2569 เพื่อส่งเสริมการเกิดและเจริญเติบโตอย่างมีคุณภาพ รวมถึงป้องกันและแก้ไขปัญหาการตั้งครรภ์ในวัยรุ่นให้มีประสิทธิภาพที่แนะนำวิธีคุมกำเนิดอย่างมีประสิทธิภาพเอาไว้ โดยการใส่ห่วงอนามัยหรือฝั่งยาคุมกําเนิด ร่วมกับการใช้ถุงยางอนามัย ซึ่งไม่เพียงแต่คุมกำเนิดแต่ยังป้องกันโรคติดต่อทางเพศด้วย
และในปี 2567 นี้บริษัทไทยนิปปอนรับเบอร์อินดัสตรี้ จำกัด (มหาชน) ("บริษัทฯ") ขอร่วมเป็นส่วนหนึ่งเพื่อช่วยขับเคลื่อนยุทธศาสตร์ ทั้งของกรมควบคุมโรคและกรมอนามัยให้สัมฤทธิ์ผลได้ โดยยึดมั่นในหลักการกำกับดูแลกิจการที่ดี การบริหารจัดการภายใต้หลักธรรมาภิบาล เพื่อให้การดำเนินธุรกิจของบริษัทฯ เป็นไปอย่างถูกต้อง โปร่งใส และยุติธรรม รวมถึงการคิดค้นพัฒนาเพื่อให้ได้ผลิตภัณฑ์ที่ใหม่ มีคุณภาพ เป็นไปตามความต้องการของลูกค้า เพื่อสร้างความน่าเชื่อถือและความเชื่อมั่นให้ผู้มีส่วนได้เสียทุกฝ่ายรวมถึงการมีส่วนร่วมในการพัฒนาสังคม การศึกษา และความมุ่งมั่นตั้งใจเป็นสื่อกลางในการเผยแพร่ความรู้สร้างความเข้าใจ และทัศนคติที่ดีเกี่ยวกับการดูแลสุขภาพ การบริหารจัดการด้านความรับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อม พร้อมกับการช่วยเหลือดูแลชุมชนและสังคมไปพร้อมๆ กัน โดยบริษัทฯ มีเป้าหมายในการที่จะเติบโตได้อย่างยั่งยืน และสามารถรักษาผลประโยชน์ของผู้มีส่วนได้เสียได้ทุกกลุ่ม
ท้ายที่สุดนี้ ในนามของคณะกรรมการบริษัทฯ และทีมผู้บริหารขอขอบคุณท่านผู้ถือหุ้น ตลอดจนพันธมิตรทางธุรกิจและพนักงานทุกคนของบริษัทฯ ที่ได้ให้ความไว้วางใจและสนับสนุนการดำเนินงานของบริษัทฯ ด้วยดีตลอดมา และขอให้ทุกท่านเชื่อมั่นว่าเราจะปฏิบัติหน้าที่ด้วยความรับผิดชอบอย่างเต็มความสามารถเพื่อให้องค์กรเติบโตอย่างมั่นคงและยังยืนต่อไปผมหวังเป็นอย่างยิ่งว่าบริษัทฯ จะยังคงได้รับการสนับสนุนและความไว้วางใจจากทุกท่านด้วยดีต่อไปในอนาคต
นายมีชัย วีระไวทยะ
ประธานคณะกรรมการ
นายอมร ดารารัตนโรจน์
ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร