ข้อมูลบริษัท

บริษัท ไทยนิปปอนรับเบอร์อินดัสตรี้ จำกัด (มหาชน) ก่อตั้งขึ้นในปี 2536 โดยครอบครัวดารารัตนโรจน์ เพื่อรับจ้างผลิตถุงยางอนามัย

จากน้ำยางธรรมชาติตามความต้องการของลูกค้า (OEM) โดยโรงงานแห่งแรกของบริษัทฯ ตั้งอยู่ที่นิคมอุตสาหกรรมแหลมฉบัง จังหวัดชลบุรี ด้วยกำลังการผลิตติดตั้งเริ่มต้นที่ 60 ล้านชิ้นต่อปี และมีการขยายกำลังการผลิตอย่างต่อเนื่อง ปัจจุบันบริษัทฯ มีโรงงานผลิตถุงอนามัย 2 แห่ง ตั้งอยู่ที่นิคมอุตสาหกรรมแหลมฉบัง จังหวัดชลบุรี (“โรงงานแหลมฉบัง”) จังหวัดชลบุรี และที่นิคมอุตสาหกรรมปิ่นทอง จังหวัดชลบุรี (“โรงงานปิ่นทอง”) โดยโรงงานแหลมฉบังมีกำลังการผลิตติดตั้งจำนวน 426 ล้านชิ้นต่อปี และโรงงานปิ่นทองมีกำลังการผลิตติดตั้ง จำนวน 1,533 ล้านชิ้นต่อปี คิดเป็นกำลังการผลิตติดตั้งรวมจำนวน 1,959 ล้านชิ้นต่อปี ซึ่งจัดเป็นผู้ผลิตถุงยางอนามัยที่มีกำลังการผลิตติดตั้งมากที่สุดในประเทศไทยและมากที่สุดแห่งหนึ่งของโลก

ปัจจุบันธุรกิจของบริษัทฯ สามารถจำแนกได้เป็น 3 ธุรกิจย่อย ได้แก่

  1. ธุรกิจผลิตและจำหน่ายถุงยางอนามัยและเจลหล่อลื่น ภายใต้เครื่องหมายการค้า Onetouch บริษัทฯ มีการจำหน่ายถุงยางอนามัยและเจลหล่อลื่น ภายใต้เครื่องหมายการค้า Onetouch ของบริษัทฯ ทั้งในและต่างประเทศ เช่น ประเทศไทย กลุ่มประเทศ CLMV ประเทศอียิปต์ และมีแผนที่จะขยายตลาดไปยังประเทศใหม่ที่บริษัทฯ ยังไม่เคยจำหน่าย ทั้งนี้ บริษัทฯ จำหน่ายผลิตภัณฑ์ของบริษัทฯ ผ่านผู้จัดจำหน่ายและตัวแทนจำหน่าย ซึ่งจะกระจายสินค้าไปยังช่องทางต่างๆ อีกด้วย
  2. ธุรกิจรับจ้างผลิตถุงยางอนามัยและเจลหล่อลื่น (OEM) บริษัทฯ รับจ้างผลิตถุงยางอนามัยและเจลหล่อลื่น (OEM) ให้แก่บริษัทเอกชน และองค์กรเอกชน (NGOs) ทั้งในและต่างประเทศกว่า 100 ประเทศ ในทวีปต่างๆ เช่น เอเชีย ยุโรป แอฟริกา อเมริการ และ ตะวันออกกลาง เป็นต้น นอกจากนี้ บริษัทฯ ได้ทำสัญญารับจ้างผลิตถุงยางอนามัยให้กับลูกค้า United Medical Devices ภายใต้เครื่องหมายการค้า PLAYBOY ทั่วโลก และเป็นผู้จัดจำหน่ายแต่เพียงผู้เดียวในประเทศไทย
  3. ธุรกิจงานประมูล (Tender) บริษัทฯ ประกอบธุรกิจงานประมูลโดยมีจุดประสงค์หลักเพื่อเติมเต็มการใช้กำลังการผลิตของบริษัทฯ และเพื่อลดต้นทุนการผลิตสินค้าต่อหน่วยของบริษัทฯ โดยบริษัทฯ เช้าร่วมประมูลงานผลิตถุงยางอนามัยกับองค์กรภาครัฐและองค์กรเอกชน (NGOs) ทั้งในและต่างประเทศ โดยที่องค์กรเหล่านี้จะดำเนินการจำหน่ายและแจกจ่ายถุงยางอนามัยไปตามภูมิภาคและทวีปต่างๆ ทั่วโลก เช่น เอเชีย ยุโรป แอฟริกา และ อเมริกา เป็นต้น

วิสัยทัศน์

บริษัท ไทยนิปปอนรับเบอร์อินดัสตรี้ จำกัด (มหาชน) (“บริษัทฯ”) มีวิสัยทัศน์ในการดำเนินธุรกิจ คือ เป็นผู้ผลิตและจำหน่ายถุงยางอนามัยและผลิตภัณฑ์ที่เกี่ยวข้องที่มีคุณภาพสูงและมีความหลากหลายเพื่อตอบสนองความต้องการของลูกค้าทั่วโลก

พันธกิจ

บริษัทฯ มีความมุ่งมั่นที่จะเป็นผู้นำระดับโลกด้านการผลิตและจำหน่ายถุงยางอนามัยและเจลหล่อลื่นที่มีคุณภาพสูง เพื่อตอบสนองความต้องการและความคาดหวังของลูกค้า โดยจะพัฒนากระบวนการผลิต การบริการ รวมถึงเทคโนโลยีและนวัตกรรมอย่างต่อเนื่อง นอกจากนี้ บริษัทฯ ยังส่งเสริมการฝึกอบรมพนักงานทุกระดับเพื่อให้มีความเข้าใจในผลิตภัณฑ์ และดำรงไว้ซึ่งคุณภาพผลิตภัณฑ์ และความรับผิดชอบต่อสังคม

สารจากประธานกรรมการ

บริษัทฯ จะมุ่งมั่นดำเนินการบริหารงานอย่างเต็มความสามารถ
ด้วยหลักธรรมาภิบาลที่ดีเพื่อสร้างประโยชน์สูงสุดให้แก่ผู้ถือหุ้น และผู้เกี่ยวข้องทุกฝ่าย

เพิ่มเติม

ปี พ.ศ.2560 นับเป็นปีที่ท้าทายสำหรับบริษัท ไทยนิปปอนรับเบอร์อินดัสตรี้ จำกัด (มหาชน) ด้วยภาวะการแข่งขันที่สูงขึ้นในอุตสาหกรรมการผลิตและจำหน่ายถุงยางอนามัยและปัจจัยอื่นๆ แม้ว่าบริษัทฯ จะมียอดขายสูงขึ้นร้อยละ 7.6 และมีปริมาณการขายเป็นจำานวนชิ้นเพิ่มขึ้นร้อยละ 21.8 เมื่อเทียบกับปี 2559 แต่ผลประกอบการของบริษัทฯ กลับไม่เป็นไปตามเป้าหมาย โดยมีสาเหตุจากการปรับตัวสูงขึ้นของราคาวัตถุดิบหลัก คือน้ำยางเข้มข้น 60 เปอร์เซ็นต์ และเจลหล่อลื่นซิลิโคน อีกทั้งภาวะการแข็งค่าของเงินบาทเมื่อเทียบกับเงินสกุลดอลลาร์สหรัฐฯ รวมถึงมีการแข่งขันด้านราคาที่สูงขึ้นในตลาดการประมูล

อย่างไรก็ตาม บริษัทฯ เชื่อว่าตลาดถุงยางอนามัยโลกยังมีแนวโน้มขยายตัวเพิ่มขึ้น โดยนอกจากวัตถุประสงค์เพื่อการป้องกันโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ ป้องกันโรค HIV/AIDS และการตั้งครรภ์โดยไม่ได้วางแผน การใช้ถุงยางอนามัยยังมีแนวโน้มใช้เพื่อเพิ่มสุนทรียภาพในการมีเพศสัมพันธ์ และการใช้ถุงยางในกลุ่มรักร่วมเพศ รวมทั้งใช้สำหรับการคุมกำเนิดซึ่งเป็นทางเลือกที่ดีกว่าการใช้ยาซึ่งอาจมีผลข้างเคียง

การเพิ่มขึ้นของจำานวนประชากรวัยหนุ่มสาวในประเทศกำาลังพัฒนาโดยเฉพาะเอเชีย-แปซิฟิก (APAC) ซึ่งมีพื้นฐานเศรษฐกิจที่เข้มแข็งขึ้น มีการรณรงค์ให้ความรู้ ความเข้าใจกับชุมชนและคนทั่วไปของทั้งภาครัฐและองค์กรพัฒนาชุมชน (NGOs) ทำให้เกิดความเข้าใจ ตื่นตัวในการคุมกำาเนิด ป้องกันโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ (STD) ในขณะเดียวกัน ผู้ผลิตและจำาหน่ายถุงยางอนามัยยังเพิ่มกิจกรรมการตลาด สื่อโฆษณาควบคู่กับการพัฒนาผลิตภัณฑ์ที่หลากหลาย เพิ่มช่องทางการเข้าถึงถุงยางอนามัยและผลิตภัณฑ์อื่น ๆ สำหรับการคุมกำเนิดที่เกี่ยวข้องง่ายขึ้น เช่น การจำาหน่ายผ่านช่องทางออนไลน์ ส่งผลให้มีอัตราการใช้ถุงยางอนามัยเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องโดยเฉพาะตลาดเกิดใหม่ (Emerging Market) เช่น ประเทศจีน อินเดียและอินโดนีเซีย ซึ่งมีจำานวนประชากรมากเป็นอันดับต้นๆ ของโลก

จากแนวโน้มที่ดีของตลาดถุงยางอนามัยโลกและศักยภาพของบริษัทฯ ด้านการผลิตผลิตภัณฑ์ที่มีคุณภาพเป็นที่ยอมรับในองค์กรชั้นนำ มีนวัตกรรมการพัฒนาผลิตภัณฑ์ที่หลากหลายสามารถตอบสนองความต้องการของลูกค้าและผู้บริโภค อีกทั้งอยู่ในธุรกิจนี้มาอย่างยาวนาน บริษัทฯ เชื่อมั่นว่าสามารถพัฒนาและขยายธุรกิจให้เติบโตต่อไปได้อย่างมั่นคง

นอกจากการบริหารให้มีผลประกอบการที่น่าพอใจ บริษัทฯ ยังให้ความสำคัญกับการพัฒนาองค์กร โดยเน้นเรื่องศักยภาพบุคลากร พร้อมให้ผลตอบแทนที่เหมาะสม และให้การดูแลสังคม ชุมชน รวมถึงสิ่งแวดล้อมเพื่อการพัฒนาอย่างยั่งยืน ดำเนินงานด้วยความโปร่งใส โดยปราศจากการทุจริตคอรัปชั่น

ในนามของกรรมการบริษัทฯ และทีมผู้บริหาร ขอขอบคุณท่านผู้ถือหุ้น ลูกค้า คู่ค้า พันธมิตรทางธุรกิจที่เชื่อมั่นและให้การสนับสนุนเป็นอย่างดีตลอดมา ทั้งนี้บริษัทฯ จะมุ่งมั่นดำเนินการบริหารงานอย่างเต็มความสามารถด้วยหลักธรรมาภิบาลที่ดีเพื่อสร้างประโยชน์สูงสุดให้แก่ผู้ถือหุ้น และผู้เกี่ยวข้องทุกฝ่าย

ประวัติบริษัท

  • ปี 2560
  • ปี 2559
  • ปี 2555
  • ปี 2553
  • ปี 2551
  • ปี 2548
  • ปี 2546
  • ปี 2545
  • ปี 2543
  • ปี 2542
  • ปี 2541
  • ปี 2536

ปี 2560

  • ประกาศเจตนารมณ์เข้าร่วมโครงการแนวร่วมปฏิบัติ (Collective Action Coalition) ของภาคเอกชนไทยในการต่อต้าน การทุจริต (Thailand’s Private Sector Collective Action Coalition Against Corruption: CAC) โดยได้รับการตอบ รับเมื่อวันที่ 8 ตุลาคม พ.ศ. 2560
  • บริษัทฯ ได้รับใบอนุญาตประกอบกิจการในนิคมอุตสาหกรรม ตามพระราชบัญญัติการนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย พ.ศ. 2522 ฉบับต่ออายุ ครั้งที่ 2 (โรงงานแหลมฉบัง) เมื่อวันที่ 22 ธันวาคม พ.ศ. 2560

ปี 2559

  • ที่ประชุมวิสามัญผู้ถือหุ้นครั้งที่ 2/2559 (ก่อนแปรสภาพ) ซึ่งจัดขึ้นเมื่อวันที่ 28 พฤษภาคม 2559 มีมติอนุมัติแปร สภาพบริษัทฯ จากบริษัทจำกัดเป็นบริษัทมหาชนจำกัด เพื่อการเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ฯ
  • ที่ประชุมวิสามัญผู้ถือหุ้นครั้งที่ 1/2559 (ก่อนแปรสภาพ) ซึ่งจัดขึ้นเมื่อวันที่ 24 มิถุนายน 2559 มีมติอนุมัติการดำเนินการต่าง ๆ ดังต่อไปนี้
    • เปลี่ยนแปลงมูลค่าที่ตราไว้ของบริษัทฯ จากเดิมมูลค่าที่ตราไว้หุ้นละ 100 บาท เป็นมูลค่าที่ตราไว้หุ้นละ 1 บาท
    • เพิ่มทุนจดทะเบียนชำระแล้วจาก 192.0 ล้านบาท เป็น 300.0 บาท และจัดสรรหุ้นสามัญเพิ่มทุนจำนวน 108.0 ล้านหุ้น ซึ่งมีมูลค่าที่ตราไว้หุ้นละ 1 บาท เพื่อเสนอขายให้แก่ผู้ถือหุ้นตามสัดส่วนเดิมจำนวน 70.5 ล้านหุ้น และเพื่อการเสนอขายให้แก่ประชาชนทั่วไปเป็นครั้งแรกจำนวน 37.5 ล้านหุ้น
    • มีการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างและเพิ่มผู้บริหารภายในเพื่อให้เหมาะสมกับการดำเนินธุรกิจและตามกฏเกณฑ์ของตลาดหลักทรัพย์ฯ
    • เปิดตัว ONETOUCHTM 003 ถุงยางอนามัยผลิตจากน้ำยางธรรมชาติ มีความบางเพียง 0.03 มิลลิเมตร (มม.)
    • บริษัทฯ ได้รับใบอนุญาตประกอบกิจการในนิคมอุตสาหกรรม ตามพระราชบัญญัติการนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย พ.ศ. 2522 ฉบับต่ออายุ ครั้งที่ 1 (โรงงานปิ่นทอง) เมื่อวันที่ 14 มิถุนายน พ.ศ. 2559

ปี 2555

บริษัทได้รับบัตรส่งเสริมการลงทุน เลขที่ 2117(1)/2555 จากบีโอไอ โดยได้รับสิทธิประโยชน์ทางภาษีและสิทธิประโยชน์อื่นสำหรับการผลิตถุงยางอนามัยตามที่กำหนดไว้ในบัตรส่งเสริมการลงทุน

ปี 2553

  • โรงงานใหม่ที่นิคมอุตสาหกรรมปิ่นทอง จังหวัดชลบุรีเปิดดำเนินการเชิงพาณิชย์ โดยมีกำลังการผลิตติดตั้ง 1, 533 ล้านชิ้น
  • บริษัทได้รับบัตรส่งเสริมการลงทุน เลขที่ 1466(1)/2553 จากบีโอไอ โดยได้รับสิทธิประโยชน์ทางภาษีและสิทธิประโยชน์อื่นสำหรับการผลิตถุงยางอนามัยตามที่กำหนดไว้ในบัตรส่งเสริมการลงทุน

ปี 2551

บริษัทฯ เริ่มผลิตและจำหน่ายเจลหล่อลื่น ภายใต้เครื่องหมายการค้า OnetouchTM ของบริษัทฯ

ปี 2548

บริษัทได้รับบัตรส่งเสริมการลงทุน เลขที่ 1748(2)/2548 จากบีโอไอ โดยได้รับสิทธิประโยชน์ทางภาษีและสิทธิประโยชน์อื่นสำหรับการผลิตถุงยางอนามัยตามที่กำหนดไว้ในบัตรส่งเสริมการลงทุน

ปี 2546

บริษัทฯ เริ่มรับจ้างผลิตเจลหล่อลื่น ที่โรงงานแหลมฉบัง

ปี 2545

บริษัทฯ เพิ่มทุนจดทะเบียนจำนวน 12.0 ล้านบาท โดยการออกหุ้นสามัญเพิ่มทุนจำนวน 120,000.0 หุ้น มูลค่าหุ้นที่ตราไว้หุ้นละ 100.0 บาท ส่งผลให้มีทุนจดทะเบียนเพิ่มขึ้นจาก 180.0 ล้านบาท เป็น 192.0 ล้านบาท เพื่อขยายกำลังการผลิตถุงยางอนามัย

ปี 2543

บริษัทฯ เพิ่มทุนจดทะเบียนจำนวน 30.0 ล้านบาท โดยการออกหุ้นสามัญเพิ่มทุนจำนวน 300,000.0 หุ้น มูลค่าหุ้นที่ตราไว้หุ้นละ 100.0 บาท ส่งผลให้มีทุนจดทะเบียนเพิ่มขึ้นจาก 150.0 ล้านบาท เป็น 180.0 ล้านบาท เพื่อขยายกำลังการผลิตถุงยางอนามัย

ปี 2542

บริษัทฯ เริ่มผลิตและจำหน่ายถุงยางอนามัย ภายใต้เครื่องหมายการค้า OnetouchTM ของบริษัทฯ

ปี 2541

บริษัทฯ เพิ่มทุนจดทะเบียนจำนวน 120.0 ล้านบาท โดยการออกหุ้นสามัญเพิ่มทุนจำนวน 1,200,000.0 หุ้น มูลค่าหุ้นที่ตราไว้หุ้นละ 100.0 บาท ส่งผลให้มีทุนจดทะเบียนเพิ่มขึ้นจาก 30.0 ล้านบาท เป็น 150.0 ล้านบาท เพื่อขยายกำลังการผลิตถุงยางอนามัย

ปี 2536

ครอบครัวดารารัตนโรจน์ ก่อตั้งบริษัทฯ ด้วยทุนจดทะเบียน 30.0 ล้านบาท ประกอบด้วยหุ้นสามัญจำนวน 300,000 หุ้น มูลค่าที่ตราไว้หุ้นละ 100.0 บาท เพื่อรับจ้างผลิตถุงยางอนามัยตามความต้องการของลูกค้า (OEM) โดยมีกำลังการผลิตติดตั้งเริ่มต้นที่ 60 ล้านชิ้นต่อปี ที่โรงงานแหลมฉบัง

การตลาด

เราได้บรรลุเป้าหมายในการกระจายสินค้าของบริษัทฯ ไปทั่วทุกมุมโลก ซึ่งกุญแจสำคัญในการดำเนินธุรกิจก็คือ การนำเสนอผลิตภัณฑ์ที่มีคุณภาพสูง เพื่อตอบสนองความต้องการของลูกค้าและให้บริการแบบครบวงจรทั้งในเรื่องของการออกแบบผลิตภัณฑ์และระเบียบปฏิบัติต่างๆ เป็นต้น